บั้งไฟพญานาค

บั้งไฟพญานาค เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอย่างหนึ่งที่ตอนนี้กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางมากในวงการวิทยาศาสตร์ บั้งไฟพญานาคเป็นประกฏการณ์ที่เกิดขึ้นในแม่น้ำโขงบริเวณชายฝั่งของประเทศไทยและประเทศ สปป.ลาว เกิดจากลูกไฟกลมสีส้ม-แดง พุ่งขึ้นกลางแม่น้ำโขงและมักเกิดขึ้นทุกๆวันออกพรรษาของทุกปี บั้งไฟพญานาคมีลักษณะเป็นลูกไฟดวงกลมขนาดเล็กเท่าไข่ห่านหรือไข่นกระจอกเทศ มีสีส้มอมแดง ไม่มีควัน ไม่มีเสียง ไม่มีกลิ่น ซึ่งพุ่งขึ้นจากแม่น้ำเหนือผิวน้ำประมาณ 5 – 30 เมตรแล้วสลายหายไป หรือบางลูกพุ่งขึ้นมาแล้วโค้งลงมาหายไป บั้งไฟพญานาคมักเกิดมากที่สุดทางแม่น้ำโขงบริเวณจังหวัดหนองคาย และทางฝั่งประเทศ สปป.ลาว โดยบั้งไฟเกิดขึ้นมากที่สุดที่อำเภอโพนพิสัย โดยลูกไฟจะเกิดห่างจากชายฝั่งประมาณ 200-500 เมตร โดยจะเกิดมากที่สุดในเวลา 22.00 – 24.00 น. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาของแต่ละปีด้วย บั้งไฟพญานาคยังคงไปที่ถกเถียงกันทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับกระบวนการเกิด บางทฤษฏีกล่าวว่า ลูกไฟนั้นเกิดขึ้นจากก๊าซมีเทน-ไนโตรเจน ที่เกิดจากการย่อยสลายของซากสัตว์ ซากพืช ที่หมักหมมกันในลำน้ำ ซึ่งแม่น้ำโขงมีความลึกมากและซากดังกล่าวจมอยู่ใต้ลำน้ำที่อุณหภูมิ 15 องศาเซลเซียสและปริมาณออกซิเจนน้อย และจะเกิดการสะสมของความร้อนมากพอในวันที่มีแสงแดดส่องถึง ซึ่งการสะสมของความร้อนจะสะสมกันนาน 3 – 4 ชั่วโมง จนในที่สุดเกิดลูกไฟแหวกผ่านม่านน้ำพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า  สอดคล้องกับอีกหนึ่งทฤษฎีที่ว่าน้ำในแม่น้ำโขงมีความเป็นกรดด่างและมีการสะสมของก๊าซมีเทนจากการทดสอบทุ่นดักก๊าซและพบว่าจุดนั้นสามารถจุดติดไฟได้