หมอก

หมอก หรือ Fog เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอย่างหนึ่งที่สามารถเกิดได้ทั่วโลก หมอกมีลักษณะคล้ายเมฆบางๆที่สัมผัสกับพื้นดิน แต่ทว่ามีการแยกคำว่า เมฆและหมอกออกไปซึ่งนักวิทยาศาสตร์พิจารณาว่า เมฆที่เคลื่อนที่สัมผัสกับพื้นดิน อาคาร ภูเขา สิ่งก่อสร้างโดยมนุษย์ที่ถูกจัดว่าเป็นหมอกมากกว่าเมฆ ทั้งนี้ก็มีการจัดประเภทและความแตกต่างระหว่างหมอกและละอองหมอก ซึ่งจะมีความหนาแน่น้อยกว่า หมอกปกติทั่วไปหากเกิดจะทำให้ลดการมองเห็นทั่วไปน้อยกว่า 1 กิโลเมตร หมอกส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นบริเวณพื้นที่สูงเช่น ภูเขา หรือ เกิดขึ้นตามป่าไม้ที่มีความชื้นมาก รวมถึงเกิดขึ้นในแม่น้ำในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว หมอกก่อตัวขึ้นโดยสภาวะความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิหรือจุดน้ำค้าง ซึ่งจะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 2.5 องศาเซลเซียส ซึ่งไอน้ำจะเริ่มก่อตัวและการควบแน่นในอากาศ ไอน้ำที่เกิดขึ้นจากการระเหยของน้ำและน้ำแข็ง ทำให้เกิดละอองน้ำหรือลักษณะคล้ายกับเมฆ หมอกนั้นหากเกิดขึ้นอย่างหนาแน่นเมื่อมองจากด้านบนของหมอกจะเห็นเป็นหมอกปกคลุมพื้นที่ด้านล่างซึ่งมองจากด้านบนจะมีความสวยงามมาก ซึ่งในประเทศไทยเกิดขึ้นมากแถบพื้นที่ป่าและภูเขาสูงจะเห็นเป็นเมฆหมอกแผ่ขยายกว้างซึ่งคนไทยเรียกว่า ทะเลหมอก นอกจากหมอกจะเกิดขึ้นตามพื้นที่ภูเขาและป่าแล้ว หมอกยังเกิดขึ้นในทะเลอีกด้วยซึ่งจะเห็นมากเช่น สะพานโกลเด้นเกต เมืองซานฟรานซิสโก ซึ่งหมอกชนิดนี้เรียกว่า หมอกทะเล เกิดจากปรากฏการณ์ของเกลือที่อยู่เหนือพื้นน้ำทะเล หมอกแม้ว่าจะเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่ก็มีความอันตรายไม่น้อยหมอกทำให้พื้นที่นั้นๆมีทัศนวิสัยการมองเห็นลดลงมากเช่นอาจก่ออุบัติเหตุได้ อย่างเช่น วันที่  28 กรกฎาคม ค.ศ. 1945 เครื่องบินรุ่น บี-25 มิตเชลล์ พุ่งชนเข้ากับตึกเอ็มไพร์สเตตเพราะหมอกลงจัด

ทะเลสาบสีชมพู

สวัสดีครับทุกท่านพบกันอีกเช่นเคยกับเรื่องราวสุดแปลกจากทั่วโลกที่จะนำมาเสนอให้ทุกคนกันนะครับ วันนี้มาพูดคุยกันถึงเรื่องราวเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกเลยว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่เรียกว่า เป็นอะไรที่อลังการงานสร้างเหลือเกิน กับที่ที่หนึ่งที่ต้องพูดได้เลยว่า มันอัศจรรย์เป็นอย่างมากเลยทีเดียว บนโลกใบนี้มีทะเลสาบหลากหลายที่เลยจริงๆบนทั่วโลกมีทะเลสาบที่เป็นน้ำเค็มและน้ำจืดแต่ที่นี่ที่ออสเตรเลีย ประเทศในดินแดนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายที่น่าติดตามและน่าค้นหาอยู่สม่ำเสมอ แน่นอนว่าเราไปกันที่หนึ่งที่ต้องต้องตะลึงที่นั้นคือ ทะเลสาบสีชมพู เป็นที่เดียวในโลกที่เป็นทะเลสาบที่มีสีชมพู  ต้องบอกเลยว่า ที่นี่เป็นปรากฎการณ์หลายๆคนอยากไปเห็นกับตารวมไปถึงนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องศึกษาเรื่องราวความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้อย่างชัดเจน และแน่นอนว่าเป็นทะเลสาบแห่งเดียวของโลกที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลยไม่ว่าจะเป็น อุณหภูมิ หรือสภาพอากาศที่ร้อนหนาวเย็นฝนตกหรือใบไม่ร่วงหล่นก็ตามก็ยังคงเป็นสีเดียวสีเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยนั้นคือ สีชมพูนั้นเอง แต่หลายคนก็บอกกันตามมาว่าและเชื่อกันว่าสีชมพูที่ทะเลสาบแห่งนี้ที่มีสีชมพูเกิดจากสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าแบคทีเรียชนิดหนึงด้วย นี่คือสิ่งที่เรียกว่าปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่สุดแปลกมาที่ๆหนึ่งในโลกใบนี้ ต้องบอกเลยว่า ผมได้เห็นภาพแล้ว พูดเลยว่า มีความสวยงามเป็นอย่างมาก ด้วยสีชมพูอันใสพรุ๊งฟริ๊งๆ  แต่ที่นี้อาจจะแฝงสิ่งที่เป็นอันตรายให้กับเราก็เป็นไปได้  สำหรับวันนี้ขอขอบพระคุณที่ติดตามกันนะครับ สวัสดีครับ

ทะเลโฟม

  สวัสดีครับทุกท่านพบกันอีกเช่นเคยกับเรื่องราวสุดแปลกจากทั่วโลกที่จะนำมาเสนอให้ทุกคนกันนะครับ วันนี้มาพูดคุยกันถึงเรื่องราวเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกเลยว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่เรียกว่า ทะเลโฟม ที่เกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งทางเหนือของ เมืองซิดนี่ย์ (Sydney )ที่ยัมบา (Yamba ) ของ นิวเซาธ์เวลส์ (New South Wales )และได้แปรเปลี่ยนชายฝั่งเป็น คาปูชิโนใน (Cappuccino Coast ) ฟองโฟนได้ กลืนกินทั้งหาด และอาคารสิ่งก่อสร้างไปกว่าครึ่งหลังที่ก่อสร้างอยู่ริมชายหาด ไม่เว้นแม้แต่ศูนย์หน่วยกู้ภัยชายหาดท้องถิ่น ฟองโฟนนี้นกินอาณาบริเวณออกไป กว่า 30ไมล์จากชายฝั่ง โดยนักวิทยาศาสตร์ได้อธิบายถึงสาเหตุของ ปรากฏการณ์ธรรมชาติ นี้ไว้ว่าเกิดจาก ความบังเอิญหลายอย่างที่ลงตัว ฟองโฟมเหล่านี้ไม่ได้เกิดสิ่ง สวยงาม แต่มันเกิดจาก สิ่งสกปรกต่างๆ ที่มนุษย์ได้สร้างขึ้น ทำให้ทะเลสกปรก เกิดจากเกลือเกิดจากปฎิกริยาทางเคมี การเน่าเปื่อยของซากพืช ซากสัตว์ในทะเล ปลา ที่เกิดจากน้ำเสียที่มนุษย์ได้สร้างขึ้น เมื่อทุกอย่างมารวมตัวกันด้วยส่วนผสมที่ลงตัว และมีคลื่นที่เคลื่อนตัวแล้วม้วนตัวลงก็จะทำให้เกิดฟอง และเมื่อคลื่นได้เคลื่อนมากระทบฝั่งจะคลายฟอง ออกมาสะสมอยู่ที่ริมชายหาดสะสมตัวขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ  แน่นอนว่าปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่แปลกสุดในโลกที่เรียกว่า ทะเลโฟม เป็นสิ่งที่แปลกมากเลยสำหรับทุกคนเลยทีเดียว สำหรับวันนี้ขอขอบพระคุณที่ติดตามกันนะครับในเรื่องราวของปรากฎการณที่แปลกที่สุดในโลกและสามารถเกิดสิ่งที่อัศจรรย์ได้  สำหรับวันนี้พอแค่นี้ก่อนเดี่ยวเจอกันใหม่ครั้งหน้า สวัสดีครับ

หินเดินได้

สวัสดีครับทุกท่านพบกันอีกเช่นเคยกับเรื่องราวสุดแปลกจากทั่วโลกที่จะนำมาเสนอให้ทุกคนกันนะครับ วันนี้มาพูดคุยกันถึงเรื่องราวเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกเลยว่า แอดมินเองยังตกกะใจเลยทีเดียวแน่นอนว่าทุกคนก็คงต้องตกกะใจเหมือนแอดมินอย่างแน่นอนเลยนะครับ กับปรากฎการณ์ที่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า หินมันจะเดินได้ ที่ยังเป็นเรื่องราวที่ปริศนาเป็นอย่างมากที่เกิดขึ้นที่อุทยานแห่งชาติ เดท วัลลี่ย์ ในรัฐแคลิฟอเนีย แน่นอนว่าพบอย่างชัดเจน  จะพบได้จากร่องรอยการเคลื่อนที่ของก้อนหิน ทิ้งไว้บนดินเหนียวแห้งเป็นเส้นทางที่ยาว แน่นอนว่าจะเกิดขึ้น ทุก2-3 ปี ต่อครั้ง  และหินบางก้อนใช้เวลาถึง 3-4 ปีจากลักษณะรูปร่างของร่องรอยของการไถลของหินนั้นบ่งบอกได้ว่าหินก้อนนั้นต้อง เคลื่อนที่ในช่วงที่พื้นของเรซแทรค พลาย่านั้นถูกปกคลุมด้วยดินเหนียวอ่อนนุ่ม ถ้าเป็นฝีมือของคนหรือสัตว์จะต้องมีร่องรอยของการเหยียบย่ำรบกวนชั้นดิน เหนียวด้วย แต่ในบริเวณดังกล่าวไม่ปรากฏหลักฐานร่องรอยจากคนหรือสัตว์ที่จะช่วยให้หิน เคลื่อนที่เลย มีเพียงร่องรอยการไถลของหินเท่านั้น ปรากฏที่ยังคงค้นหาคำตอบอยู่เสมอ เป็นปรากฏการณ์ที่พูดได้เลยว่า ยังทำให้เรายังต้องค้นหาต้องไปว่าจะเกิดมีการมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไร และ นักวิทยาศาสตร์และผู้ที่สนใจในเรื่องราวพวกนี้ก็ยังอยากหาคำตอบที่ถูกต้อง นี่เป็นหนึ่งเรื่องราวสุดแปลกของทั่วโลก ที่พวกเราต้องเรียนรู้ต่อไป สำหรับวันนี้ขอขอบพระคุณที่ติดตามกัน สำหรับวันนี้สวัสดีครับ  

ดอกไม้น้ำแข็ง

สวัสดีครับทุกท่านวันนี้พบกับเรื่องราวสุดแปลกจากทั่วโลกที่จะนำมาเสนอให้ทุกคนกันนะครับ  วันนี้ต้องพูดได้เลยว่า ปรากฏนี้ทำให้ผู้ที่พบเห็นตกตะลึงกันเลยทีเดียว กับปรากฎการณ์ ดอกไม้น้ำแข็งหรือ ไอซ์ฟลาวเวอร์ เกิดจากบนทะเลที่กลายเป็นน้ำแข็ง และมีเกร็ดน้ำแข็งที่ก่อตัวขึ้นมาเป็น ช่อดอกไม้สีขางๆเหมือนกับสีของหิมะเลย กลีบบางผุดขึ้นมาเต็มพื้นน้ำแข็ง มักเกิดขึ้นในทางทวีปที่มีอากาศหนาวเย็น ไม่ว่าจะเป็น ทวีปยุโรป ทวีปอเมริกาเหนือ บ้านเราคงไม่มีให้เห็นอย่างชัดเจนเลยนะครับเพราะบ้านเราอยู่ในเขตอากาศร้อน ปรากฏนี้ที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกที่ทั่วโลก และไม่ได้เกิดบ่อยเมื่อเกิดขึ้นแล้วอย่างที่บอกกันไปว่า ทำให้ผู้คนต่างพามาดูกับปรากฏการณ์นี้  แน่นอนว่าปรากฏการณ์นี้มีหลายปัจจัยและ ซึ่งมีสาเหตุของการเกิด ปรากฏการณ์ธรรมชาติดอกไม้น้ำแข็ง ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ดอกไม้น้ำแข็ง เป็นหนึ่งในรูปแบบของแผ่นน้ำแข็ง ที่เพึ่งก่อตัวขึ้นใหม่ เมื่อไอน้ำอิ่มตัว (Saturated Water Vapors )ที่แทรกตัวขึ้นมาตามรอยแตกของแผ่นน้ำแข็ง เมื่อไอน้ำอิ่มตัว สัมผัสกับอากาศเย็นจัดด้านบนก็จะเริ่มก่อตัวเป็นเกร็ดน้ำแข็ง ส่วนเกลือบนที่อยู่บนผิวของเกร็ดน้ำแข็งก็จะเกิดการตกผลึก เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยบนผิวของเกร็ดน้ำแข็ง ผลึกเกลือที่เกิดขึ้นจะเป็นเสมือนแกนให้ให้ไอน้ำอิ่มตัว ที่เหลือเกาะเป็นเกร็ดน้ำแข็งใหม่ขึ้นสลับไปมาจนซ้อนทับกันจนคล้าย กลีบดอกไม้ ปรากฎการณ์นี้เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่สุดแปลกมากเลยทีเดียวและทำให้เกิดสิ่งอัศจรรย์ของโลกอย่างแท้จริง