ปรากฏการณ์ปูแดง วางไข่ที่ออสเตรเลีย

ออสเตรเลียประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกมีภูมิประเทศที่หลากหลายตั้งแต่ป่าดิบชื้นไปจนถึงทะเลทรายกว้างใหญ่และมีสัตว์มากมายอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากซึ่งติดอันดับสัตว์ที่ชุกชุมที่สุดในโลกอีกทั้งยังเป็นแหล่งที่อยู่ของจระเข้เป็นจำนวนมากอีกประเทศหนึ่งด้วย ในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี บริเวณเกาะคริสต์มาส ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของปูแดงนับล้านตัวที่อาศัยอยู่ในป่าซึ่งช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ปูแดงกว่า 100 ล้านตัวเดินทางออกจากป่าเพื่อมาวางไข่ที่ชายทะเล เกาะคริสต์มาสอยู่บริเวณทางตะวันตกเฉียงเหนือของออสเตรเลียซึ่งนอกจากมนุษย์ใช้เป็นที่อยู่อาศัยแล้ว ยังเป็นที่อยู่อาศัยของปูแดง ซึ่งเป็นปูน้ำเค็มพวกมันอาศัยอยู่ในชายป่าใกล้กับชายฝั่งของเกาะ ซึ่งบริเวณนั้นก็เป็นทางผ่านของรถยนต์ต่างๆ ในอดีตที่ผ่านมาในบริเวณนั้นเมื่อถึงฤดูกาลวางไข่ของปูแดงนั้น จะอพยพเดินทางไปที่ชายทะเลและเดินทางข้ามถนนที่เสี่ยงถูกรถเหยียบจำนวนมาก และปูบางตัวต้องเข้าไปในบ้านพักอาศัยของคน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่คนบนเกาะชินกับปรากฏการณ์น่าทึ้งนี้ ในปัจจุบันทางการของเมืองบนเกาะได้รณรงค์อนุรักษ์พันธุ์ของปูแดงโดยเมื่อถึงฤดูกาลวางไข่ในเดือนพฤศจิกายน ทางการจะจัดเส้นทางสำหรับปูโดยสร้างสะพานเพื่อให้ปูเดินทางขึ้นไปป้องกันไม่ให้รถเหยียบ บางเส้นทางทางการต้องปิดถนนเพื่อไม่ให้รถยนต์วิ่งผ่าน โดยในช่วงนั้นเราจะเห็นกองทัพปูแดงกว่าล้านตัวเดินข้ามถนนเป็นสีแดงสวยงาม เมื่อวางไข่แล้วปูแดงก็จะเดินทางกลับขึ้นฝั่งอีกครั้ง    

Fire whirl หรือ เสาเพลิงหมุน

ปรากฏการณ์ที่แปลกและสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทั่วโลก ซึ่งต้องมีสภาวะที่เหมาะสมเท่านั้นถึงจะเกิดได้ในปรากฏการณ์ขึ้นคือ ปรากฏการณ์ Fire Whirl เสาเพลิงหมุน หรือ ทอร์นาโดไฟ เป็นลักษณะแบบลมหมุนเป็นเกลียวคล้ายงวงช้าง หมุนประมาณ 10 นาที ซึ่งปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างการเกิดไฟไหม้ หรือไฟป่า ซึ่งต้องมีสภาวะที่เหมาะสมถึงจะเกิดขึ้น เพลิงหมุนนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกสถานที่ทั่วโลก ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับการเกิดเพลิงไหม้ต่างๆรวมถึงไฟป่า แต่ใช้ว่าเกิดไฟไหม้แล้วจะมีปรากฏการณ์เพลิงหมุนได้ เพลิงหมุนนั้นต้องอาศัยสภาวะอากาศที่เหมาะสมแก่การเกิด เช่น ต้องมีอุณหภูมิที่เหมาะสมและอากาศที่เหมาะสมแก่การเกิดพร้อมกัน กล่าวคือ หากการเกิดเพลิงหมุนขึ้น ในขณะที่เกิดเพลิงไหม้นั้น เมื่อความร้อนปะทะกับความเย็นในอากาศอีกทั้งสภาวะอากาศที่มีกระแสลมแรง ทำให้เกิดเป็นลมหมุนเกลียวซึ่งพัดเอาเปลวไฟหมุนไปด้วย ทำให้มีลักษณะเป็นเกลียวไฟหมุนเหมือนทอร์นาโด การเกิดเพลิงหมุนนั้นส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นจากการเกิดไฟป่าซึ่งเป็นเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ เกิดมากในแถบไฟป่าที่เกิดขึ้นในทะเลทรายที่แห้งแล้งและมีสภาวะเหมาะสมกับเพลิงหมุน เพลิงหมุนนั้นมีลักษณะความสูงที่แตกต่างกันตามสภาวะ เช่น 10 – 100 เมตร กว้างประมาณ 3-5 เมตร อีกทั้งยังมีความเร็วลมประมาณ 100-150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นลมที่มีความเร็วเท่ากับพายุทอร์นาโด ระดับ F0 เลยทีเดียว แต่เคยมีบันทึกว่าเสาเพลิงหมุนที่สูงที่สุดเกิดที่ประเทศออสเตรเลียขณะเกิดไฟป่าในปี 2005 โดยมีความสูงขึ้น 1,000 เมตร กว้าง 7 เมตร พัดนานกว่า 15 […]

ปรากฏการณ์ทุ่งน้ำแข็งแห่งเทือกเขา

อีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่สวยงามจากธรรมชาติสร้างขึ้นเพื่อให้เราได้ชมกัน แต่ก็ไม่ใช้ที่เกิดขึ้นได้ทุกที่เสมอไปเพราะปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นบนยอดเขาสูงและหาชมยากที่ปรากฏการณ์หนึ่งของโลก อย่างปรากฏการณ์ทุ่งน้ำแข็ง หรือ Penitentes ปรากฏการณ์นี้มีลักษณะของน้ำแข็งและหิมะที่พบในเทือกเขาสูงในระดับ 4,000 เมตรขึ้นไปซึ่งเป็นทุ่งน้ำแข็งที่เด่นในช่วงบริเวณที่หิมะในเทือกเขาละลายแต่ยังมีบางส่วนที่ยังไม่ละลายที่เป็นทุ่งสีขาวโล่งๆถามกลางเทือกเขา มีลักษณะเป็นแท่งสามเหลี่ยมสูง หรือมีลักษณะเหมือนใบมีดมีความสูงประมาณ 1-3 เมตร แท่งน้ำแข็งรูปทรงประหลาดนี้เกิดขึ้นจากแสงอาทิตย์ที่ละลายน้ำแข็งบนเทือกเขาซึ่งมีส่วนของน้ำแข็งที่ยังแข็งมากพอที่จะละลายได้ช้าทำให้บางส่วนละลายเหมือนถูกกัดเซาะ และเป็นรูปร่างประหลาดขึ้น บางคนเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ทุ่งน้ำแข็งนักบวชขาว เนื่องจากลักษณะของก้อนน้ำแข็งที่แหลมยาว มองไกลๆเหมือนกับหมวกของนักบวช ปรากฏการณ์นี้ค้นพบขึ้นใน ปี 1835 ของนักบวชชื่อว่า ดาวิน ซึ่งเขาได้เดินทางไปยังเมือง Argentinian city of Mendoza ในระหว่างทางที่เขากำลังเพลินกับการเดินทางเขาพบกับทุ่งน้ำแข็งกว้างใหญ่บริเวณเทือกเขาที่ส่วนมากหิมะละลายหมดแล้ว เขาเขียนบันทึกในบันทึกการเดินทางของเขาในระหว่างเดินทางจนทำให้มีผู้คนเริ่มสนใจปรากฏการณ์นี้ ส่วนใหญ่ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในแทบเทือกเขาแอนดีส หรือบริเวณภูเขาไฟในความสูงระดับ 3000 เมตรขึ้นไป ซึ่งน่าทึ่งมากต่อมาในระหว่างปี 1954-1965 Louis Lliboutry ได้ศึกษาแท่งน้ำแข็งในบริเวณนั้นทำให้พบว่าทุ่งน้ำแข็งนี้เกิดจาก การระเหยและการกลั่นตัวในจุดเยือกแข็ง น้ำบริสุทธิ์ในน้ำแข็งระเหยช้าทำให้น้ำไม่บริสุทธิ์เกิดการระเหยตัวจนเกิดทุ่งน้ำแข็งในที่สุด    

กองทัพคลื่นแห่งแม่น้ำอเมซอน

แม่น้ำอเมซอน แม่น้ำที่มีความยาวเป็นอันดับสองของโลกพาดผ่านป่าดิบชื้นขนาดใหญ่ที่มีสัตว์นานาชนิด แม่น้ำนั้นคดเคี้ยวและแยกเป็นสายต่างๆ ซึ่งแม่น้ำแห่งนี้เป็นทั้งชีวิตของสัตว์และวิถีชีวิตของชาวพื้นเมือง แม่น้ำอเมซอนนั้นมีความลึกลับน่าค้นหารวมถึงความน่ากลัวของมัน อีกทั้งยังมีปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าดูชมอย่าง ปรากฏการณ์กองทัพคลื่นที่ปากแม่น้ำอเมซอน ปรากฏการณ์นี้ชาวพื้นเมืองเรียกว่า Pororoca แปลว่าเสียงกึกก้อง ซึ่งคลื่นนี้เราจะได้ยินเสียงก่อนที่มันจะเคลื่อนตัวมาถึง ปรากฏการณ์ Pororoca เกิดขึ้นปีละครั้งราวเดือนกุมภาพันธ์ ถึง มีนาคม ปรากฏการณ์นี้มีลักษณะคล้ายๆกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นที่แม่น้ำเซียนถังของจีน โดยเกิดจากน้ำในแม่น้ำอเมซอนลดต่ำลงซึ่งแม่น้ำจะอยู่ต่ำกว่าทะเล ทำให้น้ำทะเลขึ้นไหลหนุนขึ้นมาซึ่งคลื่นนี้ถูกบันทึกว่าเป็นคลื่นน้ำที่ยาวที่สุดในโลก ปรากฏการณ์นี้เป็นปรากฏการณ์ที่น่าทึ้งมากและมีความน่าสนใจของชาวบ้านและชาวเมืองระแวกนั้นโดยคลื่นนี้ที่มีความสูงราว 2-3 เมตรซัดเรื่อยๆมาตามเส้นทางของแม่น้ำซึ่งมีความรุนแรงพอที่จะซัดเอาเศษไม้ต่างๆ ต้นไม้ริมฝั่งไปตามคลื่นได้ นอกจากปรากฏการณ์ที่สวยงามนี้ ยังมีผู้ที่ชอบการท้าทายมาโต้คลื่นชนิดนี้ด้วย ซึ่งชาวพื้นเมืองระแวกนั้นจะจัดการแข่งขันโต้คลื่นยักษ์นี้ขึ้นโดยมีผู้เข้าแข่งขันจำนวนมากที่มาโต้คลื่นนี้ ซึ่งการแข่งขันนี้เริ่มต้นขึ้นในปี 1999 จนปัจจุบันจนกลายเป็นการแข่งขันประจำปีของชาวเมืองไปแล้ว ซึ่งมีการบันทึกสถิติของนักโต้คลื่นชาว บราซิล ชื่อว่า พลิคูลูต้า ซาลาเซอร์ ที่บันทึกว่าเป็นนักโต้คลื่นยักษ์ Pororoca ได้ไกลที่สุดในระยะทาง 12.5 กิโลเมตร  

ปรากฏการณ์คลื่นยักษ์ที่ปากแม่น้ำเชียนถัง

บนโลกเรามีปรากฏการณ์ที่แปลกๆและน่าทึ้งมากมาย รวมถึงปรากฏการณ์คลื่นน้ำขึ้นที่บริเวณปากแม่น้ำเชียนถัง ประเทศจีน ซึ่งเป็นจุดที่มีคนมาชมเป็นจำนวนมาก และในแต่ละปีก็จะมีคลื่นขนาดใหญ่ที่ซัดผู้คนบาดเจ็บจำนวนมาก ปรากฏการณ์คลื่นทะเลหนุน หรือ Tidal Wave เป็นปรากฏธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกปีและสามารถเกิดได้บริเวณปากแม่น้ำทุกสถานที่ทั่วโลกแต่ที่ประเทศจีนนั้น บริเวณแม่น้ำเซียนถัง มีบริเวณปากแม่น้ำที่กว้างกว่าจุดอื่นๆทำให้มีคลื่นที่ใหญ่กว่าทุกที่ โดยปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจากอธิพลของดวงจันทร์ที่ก่อเกิดน้ำขึ้น น้ำลง โดยตามความเชื่อของชาวจีนบริเวณปากแม่น้ำเชื่อว่าเป็นปรากฏการณ์จากมังกรและเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เชื่อว่าคลื่นนี้เกิดจากมังกรฟาดหางลงแม่น้ำทำให้เกิดคลื่นที่พัดพาเอาสิ่งชั่วร้ายออกไปจากเมือง ปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุน จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในตอนเช้าโดยน้ำในแม่น้ำจะลดลงอย่างรวดเร็ว สักพักก็จะมีกองทัพคลื่นเริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาตามแม่น้ำ ซึ่งถ้าหากมองมุมสูงจะเหมือนกับคลื่นสึนามิ เพียงแต่คลื่นนี้เป็นคลื่นคาบสั้นไม่ใช่คาบยาวเหมือนกับสึนามิ แต่ความรุนแรงของมันก็สามารถก่อความเสียหายบริเวณรอบชายฝั่งเช่นกัน หากคลื่นมีความสูงมากพอ ในอดีตบริเวณรอบเมืองเมื่อเกิดปรากฏการณ์นี้จะมีผู้คนมายืนริมแม่น้ำจำนวนมากเพื่อชมใกล้ๆ ซึ่งบางครั้งคลื่นจะมีความสูงประมาณ 3-5 เมตร และแรงพอที่จะท่วมขึ้นฝั่งได้ทำให้มีคนถูกน้ำพัดลงแม่น้ำและก่อความเสียหายบริเวณใกล้เคียง ทางการจึงมีการจัดสถานที่ให้ชมอย่างปลอดภัยในปัจจุบัน  

ปรากฏการณ์ฟ้าผ่าที่ภูเขาไฟ

บนโลกมีปรากฏธรรมชาติที่น่าทึ่งมากมาย ซึ่งบางปรากฏการณ์ก็มีส่วนมากที่เราเคยเห็นแต่บางสถานที่นั้นก็เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นยากและมีโอกาสเกิดน้อยครั้ง อย่างเช่น ปรากฏการณ์ฟ้าผ่าขณะภูเขาไฟระเบิด ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ และไม่ใช่ภูเขาไฟทุกลูกที่มีปรากฏการณ์นี้ ปรากฏการณ์นี้เริ่มมีการพูดถึงมากในเหตุการณ์ภูเขาไฟในประเทศชิลีระเบิดในปี 2008 ซึ่งการระเบิดนี้ทำให้มีฟ้าผ่าเป็นสายเห็นได้เด่นชัดและหลายครั้งมาก จนนักวิทยาศาสตร์ต้องหาคำตอบการปรากฏการณ์ธรรมชาติที่หาชมยากนี้กรณีปรากฏการณ์นี้เรียกว่า การแยกประจุไฟฟ้า โดยเกิดจากปฏิกิริยาทางอิเล็กตรอน หรือ Volcano Lightning โดยทั่วไปการเกิดฟ้าผ่านั้นเกิดจาก เฆมฟ้าคะนองที่หยดน้ำและผลึกน้ำแข็งเกิดการเสียดสีกันจนเกิดประจุอนุภาคอลิตรอนประจุบวก การเสียดนี้ก่อเกิดเส้นไฟฟ้าทอดยาวลงมาอย่างสวยงาม แต่ก็เป็นอันตรายมากเพราะกระแสไฟมีกำลังมากพอที่จะคร่าคนได้ ดังนั้นจึงมีการเตือนถึงฟ้าผ่าเมื่อเกิดฝนฟ้าคะนองห้ามอยู่กลางแจ้งและห้ามเล่นมือถือ สำหรับการเกิดฟ้าผ่าในภูเขาไฟนั้น เกิดขึ้นโดย 2 กรณีคือ ฟ้าผ่าจากธุลีภูเขาไฟ มีลักษณะการเกิดคล้ายๆกับฝนฟ้าคะนอง เมื่ออนุภาคของฝุ่นและธุลีภูเขาไฟปะทุขึ้นทำให้เกิดการเสียดสีกับชั้นบรรยากาศที่มีความเย็นจนเกิดการสะสมของอิเล็กตรอนการเสียดสีมากขึ้นทำให้เกิดฟ้าผ่าบริเวณภูเขาไฟหรือในขณะที่กำลังปะทุ และ ฟ้าผ่าขณะเริ่มปะทุ เกิดอนุภาคและฝุ่นผงเคลื่อนที่คนละทิศทางบางครั้งมีการปะทะกันและสูญเสียอิเล็กตรอนจะมีประจุในขั้วบวกจนเกิดฟ้าผ่าขึ้น